ประกาศ (จพสท. 18)
แนวทางในการเขียนบทความทางการแพทย์เพื่อตีพิมพ์ลงในวารสาร จพสท |
|
1. การเลือกรหัส
1.1 ด่วนพิเศษ (S)
1.2 ด่วน (F)
1.3 ปกติ (R) |
2. การส่งเรื่อง: E-mail: jmedassocthai@yahoo.com |
|
3. การเขียนชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ
3.1 ทำเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะตัวแรกของคำนามและคุณศัพท์
เช่น Vaginal Misoprostol in Previous Cesarean Section
3.2 ที่เหลือทำเป็นตัวเล็กหมด รวมทั้งคำกริยา คำกริยาวิเศษณ์ และคำที่ไม่ใช่เป็นคำนำเช่น ตัวอย่างใน 3.1 ถ้าสงสัยขอแนะนำ ให้พิมพ์ตัวใหญ่เฉพาะตัวแรกของบรรทัดเท่านั้น นอกนั้นทำตัวเล็กหมด
เช่น Vaginal misoprostol in previous cesarean section |
3.3 ไม่แนะนำให้ใช้ตัวสัญลักษณ์ เช่น
ทุกแห่งเพราะการพิมพ์ใช้ระบบสมองกล ซึ่งยังสับสนมาก และควบคุมไม่ได้ |
3.4 ไม่ต้องเขียน Running title |
|
4. ชื่อ-นามสกุล ผู้แต่ง และปริญญา
4.1 ภาษาอังกฤษพิมพ์ตัวตรงไม่เน้น ดูตัวอย่าง
เช่น Anek Areepak MD*, Nares Sukcharoen MD**
4.2 ภาษาไทย ไม่ต้องใส่เครื่องหมายดอกจัน (*) ไม่ต้องใส่ปริญญา ไม่ต้องมีคำนำหน้า ไม่ใส่ยศ ไม่ใส่ตำแหน่ง
และพิมพ์ตัวเอน เน้น เช่น เอนก อารีพรรค, นเรศร สุขเจริญ |
|
5. สถาบันที่ทำวิจัย
5.1 ภาษาอังกฤษพิมพ์ตัวเอน ไม่เน้น มีเครื่องหมายดอกจัน (*)นำหน้า เช่น
* Member of The Royal Thai College of Obstetricians and Gynaecologists
5.2 ถ้าสงสัยการเขียนตัวเล็ก หรือตัวใหญ่ ก็ให้ทำตัวใหญ่ตัวแรกตัวเดียว เช่น
* Member of the royal thai college of obstetricians and gynaecologists |
|
6. บทคัดย่อ
ไม่ควรเกิน 10-15 บรรทัด เขียนได้สองแบบ
6.1 ภาษาอังกฤษ (มีประมาณ 300 คำ)
6.1.1 มีหัวข้อได้แก่ Objective, Material and Method, Results, Conclusion
6.1.2 เขียน 10-15 บรรทัด ไม่มีหัวข้อก็ได้
6.2 ภาษาไทยให้มีข้อความเหมือนภาษาอังกฤษ
6.3 ห้ามทำตาราง หรือมีเลขยกในวงเล็บที่เป็นเอกสารอ้างอิง |
|
7. Keywords
7.1 ภาษาอังกฤษต้องมี
7.2 ภาษาไทยไม่ต้องมี (ที่เรียกว่าคำสำคัญ) |
|
8. Correspondence to: เขียนให้ชัดเจนว่าจะติดต่อได้อย่างไรเป็นภาษาอังกฤษ เพราะ จพสท ลงทะเบียนใน Index Medicus, Pub Med และเป็น e-Journal |
|
9. Ethical Consideration |
9.1 จะเป็นปัญหาที่สำคัญในอนาคต
9.2 จากนี้ไปอีก 5 ปี คือไม่เกิน พ.ศ. 2555 ทุกวารสารทางการแพทย์ที่ประสงค์ตีพิมพ์ใน Index Medicus ต้องมีใบอนุญาต ให้ทำการวิจัยในมนุษย์แนบมาด้วยเสมอ
9.3 โปรดหัดทำเสียแต่บัดนี้เพื่อให้เกิดความเคยชินก่อนถูกบังคับ
9.4 เรื่องทางวิชาการต้องปฏิบัติตามหลักของจริยธรรมสากล ไม่แสดงการจาบจ้วง ไม่ลบหลู่ผู้อาวุโส ไม่เกี่ยวข้องกับระบบ การปกครอง ศาสนา ชนชั้น ผิวสี และวรรณะ
9.5 คำที่ไม่แนะนำให้ใช้คือ We, Our, This data, This study, This hospital
9.6 ควรใช้คำต่อไปนี้แทนคือ The authors, The authors, The present หรือ The presented
9.7 ไม่เป็นบทความที่ลอกเลียนบทความอื่น โดยที่มีคำและสำนวนตั้งแต่ต้นบทความไปจนจบบทความ เหมือนกับบทความที่ตีพิมพ์แล้วในวารสารฉบับอื่น หรือ เหมือนกันทั้งบทความเกินร้อยละ 90 ขึ้นไป หากมีการพิมพ์รูปภาพ ตาราง หรือ บทความตอนใดจากบทความอื่นที่เหมือนกัน ให้เจ้าของบทความแสดงเอกสารว่า ได้รับอนุมัติจากบรรณาธิการของวารสารนั้นให้พิมพ์ซ้ำได้ |
|
10. หลักการ เหตุผล คำนำและภูมิหลัง
10.1 เขียนให้สั้น กระชับ ไม่เกิน 15-20 บรรทัด
10.2 ใช้เอกสารอ้างอิงเป็นเลขตัวยกอยู่ที่อยู่ในวงเล็บ เช่น
The increase in FSH correlates with a decrease in inhibin-B(1).
10.3 การใช้เครื่องหมายวรรคตอนเช่น เครื่องหมายจุลภาค (,) และ เครื่องหมายมหัพภาค (.) ต้องอยู่หลังตัวยกที่อยู่ในวงเล็บ ดังตัวอย่างใน 10.2
The increase in FSH correlates with a decrease in inhibin-B(1).
10.4 ผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work ไม่ได้
10.5 ผู้นิพนธ์แก้คำพิมพ์ผิดได้เสมอ
10.6 ถ้าผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work เรื่องทางวิชาการฉบับดังกล่าวจะได้รหัสใหม่ คือ เริ่มงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ข้อ 1 หรือ ถูกคัดออก
10.7 ให้ควรอ้างอิงผลงานของคนไทยหรือบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติของประเทศไทย (peer-reviewed journal) ที่ศึกษาและตีพิมพ์
ผลงานในเรื่องเดียวกันมาก่อนทำนองเดียวกับที่ได้ทบทวนผลงานของชาวต่างชาติที่ตีพิมพ์บทความในวารสารต่างประเทศเพื่อชี้ให้เห็นว่าได้มี การศึกษาในเรื่องนี้ถึงขั้นตอนใด และแสดงให้เห็นว่า บทความที่เสนอมาให้ตีพิมพ์นี้มีจุดเด่นที่แตกต่างจากที่เคยทำมาหรือสอดคล้องกันมากน้อย เพียงใด (คล้ายกันเป็นการแสดงเหตุผลว่าทำไมต้องมีการตีพิมพ์บทความนี้) |
|
11. Statistical analysis
11.1 เอกสารทางวิชาการจำนวนมากที่ลงใน จพสท เป็นการศึกษาย้อนหลัง การใช้สถิติเป็นแบบง่าย ๆ คือ แสดงค่าเป็นร้อยละ mean, median, mode, geographic mean, range, interquartile range, variance, standard deviation, coefficience of variation, standard error of mean, one tail, two tail, unpaired, t-test, Mann Whitney- U test, paired t-test, Wilcoxon Sign rank test, Fisher Exact test,coefficience of correlation, linear regression, analysis of variance (F-test), analysis of co-variances
11.2 จำนวนประมาณร้อยละ 20-30 เป็นเอกสารทางวิชาการที่เป็นการศึกษาไปข้างหน้า สถิติที่ใช้เป็นแบบ 11.1 ทั้งหมด
11.3 มีเอกสารวิชาการจำนวนน้อยมากที่ศึกษาในประชากรเป็นหมื่น ๆ คนขึ้นไป ทำร่วมกันหลายสถาบันใช้เวลาเปรียบเทียบ ต่างกัน ประชากรมีพื้นฐานแตกต่างกัน โอกาสในการใช้สถิติแบบ multiple correlation และใช้ multivariate analysis จึงมีให้ตรวจน้อยมาก
11.4 การพิมพ์คำว่า p-value หรือ p ให้ใช้ตัวเล็กทุกครั้ง |
|
12. ผลการศึกษา
12.1 ค่าต่าง ๆ ที่นำมาแสดงจะได้รับการตรวจอย่างละเอียด
12.2 ถ้าพบว่าค่าที่แสดงไว้ในผลการศึกษา หรือ ในตาราง หรือ ในรูป คลาดเคลื่อนหรือผิด กองบรรณาธิการจะแก้ไขให้
12.3 ที่สำคัญคือค่า N (Number) ต้องแสดงไว้ให้ชัดเจน ถ้าไม่แสดงไว้จะทำให้เรื่องทางวิชาการได้รับการตีพิมพ์ ช้า หรือ ถูกคัดออก
12.4 ไม่วิเคราะห์ หรือวิจารณ์ในหัวข้อผลการศึกษา
12.5 ผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work ไม่ได้
12.6 ผู้นิพนธ์แก้คำพิมพ์ผิดได้เสมอ
12.7 ถ้าผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work เรื่องทางวิชาการฉบับดังกล่าวจะได้รหัสใหม่ คือ เริ่มงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ข้อ 1 หรือ ถูกคัดออก |
|
13. การวิจารณ์
13.1 ขอให้สั้น กระชับ และเกี่ยวข้องกับผลของการศึกษา
13.2 ถ้านำผลการศึกษาของผู้อื่นมาวิจารณ์จะเป็นการไม่เหมาะสมทางด้านจริยธรรม ทำให้ได้รับการตีพิมพ์ช้า หรือ ถูกคัดออก
13.3 ขอย้ำว่าตัวเลขยก อยู่ในวงเล็บเท่านั้นที่แสดงถึงการอ้างถึง และโปรดใช้เครื่องหมายให้เหมาะสม
13.4 การเขียนตัวเลขอ้างอิงวิธีอื่น ๆ ไม่แนะนำให้ใช้ใน จพสท
13.5 ผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work ไม่ได้
13.6 ผู้นิพนธ์แก้คำพิมพ์ผิดได้เสมอ
13.7 ถ้าผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work เรื่องทางวิชาการฉบับดังกล่าวจะได้รหัสใหม่ คือ เริ่มงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ข้อ 1 หรือ ถูกคัดออก |
|
14. ตาราง
14.1 จะไม่มีเส้นขีดขึ้นลง
14.2 ตัวหนังสือ หรือตัวเลขไม่แนะนำให้เน้น
14.3 ไม่ทำจุด (เครื่องหมายมหัพภาค) เมื่อหมดบรรทัดหรือตามหลังข้อความทุกแห่ง
14.4 ตัวสัญลักษณ์ต่าง ๆ จะผิดพลาดเสมอเมื่อพิมพ์ผ่านเครื่องสมองกลทุกเครื่อง ผู้นิพนธ์ต้องช่วยตรวจทาน Art work อย่างละเอียดทุกครั้งไป
14.5 ผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work ไม่ได้
14.6 ผู้นิพนธ์แก้คำพิมพ์ผิดได้เสมอ
14.7 ถ้าผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work เรื่องทางวิชาการฉบับดังกล่าวจะได้รหัสใหม่ คือ เริ่มงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ข้อ 1 หรือ ถูกคัดออก
14.8 ตารางบางทีมีความสับสนเรื่อง การเรียงตัวเลขที่ไม่ตรงบรรทัดกัน
14.8.1 ใช้ Font Time New Roman
14.8.2 ใช้ TAB (สำคัญมาก) |
|
15. รูป
15.1 จะมีปัญหามากที่สุดของความไม่ชัด มัว หรืออ่านตัวหนังสือไม่ออก
15.2 แนะนำให้ใช้ A, B, C
. หรือ a, b, c
.. หรือลูกศรในรูปและเขียนบรรยายใต้รูป
15.3 ลบเครื่องหมายหรือตัวหนังสือทุกแห่งที่แสดงให้รู้ว่าใครเป็นผู้ป่วยในรูป
15.4 ทุกรูปต้องมีคำอธิบายกำกับไว้เสมอ แม้จะมีแสดงไว้แล้วใน Legends of Figures ก็ตาม
15.5 พื้นของรูปต้องใส และไม่มีสี
15.6 ผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work ไม่ได้
15.7 ผู้นิพนธ์แก้คำพิมพ์ผิดได้เสมอ
15.8 ถ้าผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work เรื่องทางวิชาการฉบับดังกล่าวจะได้รหัสใหม่ คือ เริ่มงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ข้อ 1 หรือ ถูกคัดออก |
|
16. แผนภูมิ
16.1 ใช้ตัวพิมพ์ปกติ ไม่เน้น
16.2 ไม่ทำจุด (เครื่องหมายมหัพภาค) เมื่อหมดบรรทัดหรือตามหลังข้อความทุกแห่ง
16.3 ไม่แนะนำให้ใช้ตัวสัญลักษณ์
16.4 ห้ามแก้ไข หรือเติม หรือลบข้อความใน Art work
16.5 ผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work ไม่ได้
16.6 ผู้นิพนธ์แก้คำพิมพ์ผิดได้เสมอ
16.7 ถ้าผู้นิพนธ์แก้ไขหรือเติมหรือลบข้อความใน Art work เรื่องทางวิชาการฉบับดังกล่าวจะได้รหัสใหม่ คือ เริ่มงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ข้อ 1 หรือ ถูกคัดออก |
|
17. สรุป
17.1 สั้น กระชับ ไม่เกิน 10 บรรทัด
17.2 ห้ามทำตาราง หรือมีเลขยกในวงเล็บที่เป็นเอกสารอ้างอิง |
|
18. การแสดงความขอบคุณ
18.1 สั้นกระชับ ไม่เกิน 5 บรรทัด
18.2 ไม่ควรใส่ คำนำหน้า ตำแหน่งทางวิชาการ ตำแหน่งบริหารของผู้ได้รับการขอบคุณ หรือแสดงค่าใช้จ่าย |
|
19. เอกสารอ้างอิง ใช้ระบบ Vancouver เท่านั้น ดังนี้
19.1 ใช้เบอร์ 1 เมื่ออ้างเป็นครั้งแรก
19.2 อ้างครั้งถัดไปใช้เบอร์ 2,3,4, ........... ไปเรื่อย ๆ
19.3 ห้ามใช้เอกสารที่อ้างอิงบุคคล (Personal communication) หรือที่เรียกว่า Unpublished data
19.4 ถ้าจะใช้คำ et al ต้องมีชื่อผู้แต่งครบ 6 ชื่อ
19.5 เขียนนามสกุลผู้แต่งเต็ม
19.6 ชื่อต้น ชื่อ 2-3 ของผู้แต่งเขียนตัวย่อ ตัวใหญ่ ติดกันและตามหลังนามสกุลซึ่งควรเว้นวรรคให้สวยงาม
19.7 หลังคำว่า Jr ไม่ใส่จุด (เครื่องหมายมหัพภาค)
19.8 ถ้าผู้แต่งมีตั้งแต่ 2 คน ให้ใส่เครื่องหมายจุลภาค (,) หลังตัวย่อชื่อต้น ไม่ใช้คำว่า and
19.9 ให้ใส่จุด (เครื่องหมายมหัพภาค) หลังชื่อต้นคนสุดท้าย (ถ้ามีหลายชื่อ) หรือถ้ามีชื่อเดียว (ผู้แต่งคนเดียว) ก็ใส่จุดหลังตัวย่อ ชื่อต้น
19.10 ชื่อเรื่องในเอกสารอ้างอิง ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทุกครั้งที่ตามหลังจุด ถ้าสงสัยให้ใช้ตัวใหญ่เฉพาะตัวแรกเท่านั้น
19.11 การย่อชื่อวารสารที่อ้างอิงถึงและเครื่องหมายวรรคตอนให้เป็นไปตามประกาศของ Index Medicus ถ้าสงสัยไม่ต้องย่อให้เขียนชื่อวารสารเต็ม ทั้งหมดและไม่ต้องใช้เครื่องหมาย
19.12 ทุกวารสารที่อ้างอิงต้องมีเลขแสดง ค.ศ. เลขที่หน่วย Volume และเลขหน้าเต็มจำนวนที่มีปรากฎ
19.13 ทุกวารสารที่อ้างอิงไม่ต้องใส่เลขที่เล่ม (Number)
19.14 ถ้ามี Supplement ให้เขียนดังนี้ (Suppl 2) คือ มีเลขที่ Supplement ด้วย
19.15 การเขียนอ้างอิงจากตำราให้ เป็นไปตามประกาศของ Index Medicus รวมทั้งเครื่องหมายวรรคตอน เช่น Phaosavsdi S, Chaturachinda K. Ethics in obstetric practice. In: Tannirandorn Y, editor. Prenatal diagnosis. Bangkok: OS Printing House; 1999: 351-62.
19.16 ไม่ควรมีจำนวนเอกสารอ้างอิงเกิน 25 เรื่อง หรือ น้อยกว่า 10 เรื่อง
19.17 ควรอ้างอิงบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติของประเทศไทย (peer-reviewed journal) ที่ตีพิมพ์ผลงานในเรื่องเดียวกันมาก่อนด้วย |
|
20. คัดย่อภาษาไทย
20.1 ชื่อเรื่องภาษาไทย (พิมพ์เอน, เน้น)
20.2 ศัพท์ทางการแพทย์ใช้ภาษาอังกฤษได้ ไม่ต้องใส่วงเล็บ
20.3 ชื่อและนามสกุล ผู้แต่งของทุกท่านที่เป็นภาษาไทยและใช้เครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นระหว่างแต่ละชื่อ (พิมพ์เอน, เน้น)
20.4 ไม่ต้องใส่ปริญญา คำนำหน้า ยศ หรือตำแหน่งบริหาร - วิชาการ
20.5 ไม่ใส่เครื่องหมายดอกจัน (*)
20.6 ไม่ต้องเขียนสถาบันที่ทำวิจัยเป็นภาษาไทย
20.7 เนื้อหา ต้องไม่แตกต่างไปจากบทคัดย่อภาษาอังกฤษ (ดู 6.1 และ 6.3)
20.8 ไม่ต้องมีคำสำคัญที่เป็นภาษาไทย (Keywords)
20.9 ไม่แนะนำให้ใช้ตัวสัญลักษณ์ (ดูข้อ 3.3)
20.10 ใช้คำภาษาอังกฤษให้น้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม หากเป็นศัพท์ทางเทคนิค อนุญาตให้ใช้ภาษาอังกฤษได้ หรือ คำย่อภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยแล้ว อาจจะสื่อความหมายผิดไป ก็อนุญาตให้ใช้คำย่อเป็นภาษาอังกฤษได้ |
|
21. ขอให้เขียนนิพนธ์ต้นฉบับโดยใช้แนวทางตาม checklist ของ PRISMA, MOOSE, CONSORT, STROBE, STARD, COREQ หรือ RATS อันใดอันหนึ่งตามรูปแบบการวิจัยของท่าน เท่าที่จะทำได้ เพื่อให้การรายงานผลงานวิจัยในนิพนธ์ต้นฉบับ มีความโปร่งใส มีข้อมูลครบถ้วนยิ่งขึ้นในระดับสากล ผู้นิพนธ์สามารถ download checklist ตามรูปแบบของงานวิจัย ได้ที่เว็ปไซส์ของแพทยสมาคมฯ เพื่อนำมาใช้ประกอบการเขียนบทความที่จะส่งมาตีพิมพ์ใน จพสท. |
| |
ประกาศ ณ วันที่ 26 มกราคม 2554 |
| |
| |